
กิจกรรมที่ 2 การพัฒนาแนวคิดและข้อเสนอโครงการ (Grant writing & Research Design)
27/01/2026
ประกาศ…รายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก ลูกจ้างโครงการรายเดือน ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป
29/01/2026ในวันที่ 28 มกราคม 2569 สถาบันวิจัยและพัฒนา มทร.ธัญบุรี นำโดย ผศ.ดร.ภญ.เอมอร น้ำหอมจันทร์ รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา พร้อมกับเจ้าหน้าที่ สวพ. ได้เข้าร่วมงานแสดงผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมพร้อมใช้สู่ผู้ประกอบการและภาคอุตสาหกรรม “RUS TechShow 2026” จัดโดย สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ เพื่อเป็นเวทีเชื่อมโยงองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยไปสู่ภาคการผลิต ภาคธุรกิจ และภาคชุมชน อันจะนำไปสู่การใช้ประโยชน์จากงานวิจัยและนวัตกรรมอย่างเป็นรูปธรรม และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างยั่งยืน ณ หอประชุมพระพิรุณ ระลึกโปรดเกล้า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์พระนครศรีอยุธยา หันตรา
ผศ.ดร. ดร.สุวุฒิ ตุ้มทอง รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ กล่าวว่า การจัดงาน RUS TechShow 2026 มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีนำเสนอผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่มีความพร้อมในการนำไปใช้ประโยชน์และต่อยอดเชิงพาณิชย์ เชื่อมโยงองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยสู่ผู้ประกอบการ ภาคเอกชน ภาคอุตสาหกรรม และภาคชุมชน สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในการผลักดันการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยและนวัตกรรมอย่างเป็นรูปธรรม
รองอธิการบดีฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบายการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย (Reinventing University) โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ จัดอยู่ในกลุ่มสถาบันอุดมศึกษากลุ่มที่ 2 กลุ่มการพัฒนาเทคโนโลยีและส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม มีเป้าหมายในการสร้างผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ผลิตนวัตกรรมสู่เชิงพาณิชย์ และส่งเสริมความร่วมมือกับทุกภาคส่วนอย่างเป็นระบบ โดยภายในงานมีการจัดแสดงผลงานวิจัยและนวัตกรรมมากกว่า 70 ผลงาน ครอบคลุมด้านเทคโนโลยีอุตสาหกรรม เกษตรและอาหาร สุขภาพ ธุรกิจสร้างสรรค์ และนวัตกรรมเพื่อสังคมและความยั่งยืน ซึ่งเป็นผลงานที่มีความพร้อมใช้ พร้อมขาย และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้ทันที รวมถึงผลงานสิ่งประดิษฐ์และแผนธุรกิจของกลุ่ม Startup ที่สะท้อนศักยภาพของคณาจารย์ นักวิจัย และนักศึกษา
ด้านนายวรวิทย์ ยอแสง รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพทั้งด้านมรดกทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และฐานเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรม การเกษตร การท่องเที่ยว และวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม การนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเข้ามาเสริมสร้างมูลค่า จึงเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน พร้อมชื่นชมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการนำองค์ความรู้ลงสู่พื้นที่ และพร้อมสนับสนุนความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วนในการพัฒนาเชิงพื้นที่ต่อไป
ขณะที่ ดร.พันธ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า งาน RUS TechShow 2026 เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการนำนโยบายด้านการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่การปฏิบัติจริง โดยการเชื่อมโยงผลงานวิจัยที่มีความพร้อมกับผู้ประกอบการ ภาคอุตสาหกรรม และภาคีเครือข่าย จะช่วยเปิดโอกาสให้เกิดการต่อยอดเชิงพาณิชย์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ และการสร้างผู้ประกอบการบนฐานนวัตกรรม ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
ภายในงานยังมีกิจกรรมบรรยายพิเศษ เวทีเสวนา การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย ตลอดจนการให้คำปรึกษาด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อเสริมสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมและผลักดันการนำผลงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งการเปิดตัวศูนย์ถ่ายทอดและบริการนวัตกรรมเทคโนโลยี และการมอบรางวัลนักวิจัย นักบริการวิชาการดีเด่น รางวัล Startup และการประกวดสิ่งประดิษฐ์ เพื่อส่งเสริมและยกย่องผลงานวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง
RUS TechShow 2026: เชื่อมโยงนวัตกรรม "ราชมงคล" สู่เป้าหมายความยั่งยืน (SDGs)
กิจกรรมการนำนวัตกรรมพร้อมใช้ (Ready-to-use Innovation) สู่ภาคอุตสาหกรรมและชุมชนในครั้งนี้ สะท้อนผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับ SDGs ใน 4 มิติหลัก
SDG 9: อุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน นี่คือหัวใจสำคัญของงาน TechShow ที่มุ่งเน้นการเปลี่ยนงานวิจัยให้เป็นผลิตภัณฑ์
- นวัตกรรมพร้อมใช้สู่ผู้ประกอบการ (Metric 9.4): การจัดแสดงผลงานวิจัยที่พร้อมสู่ภาคอุตสาหกรรม เป็นการสนับสนุนการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ช่วยเพิ่ม "รายได้จากการวิจัยและนวัตกรรมจากภาคธุรกิจ" (Research income from industry) ให้กับมหาวิทยาลัย
- การเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านความรู้: การเปิดเวทีเชื่อมโยงห้องปฏิบัติการสู่ภาคการผลิต ช่วยยกระดับเทคโนโลยีการผลิตของประเทศให้ทันสมัยและยั่งยืน
SDG 17: ความร่วมมือเพื่อเป้าหมาย (Partnerships for the Goals) ภาพลักษณ์ที่ชัดเจนที่สุดคือความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา (Inter-university synergy)
- ความสัมพันธ์เพื่อรองรับเป้าหมาย (Metric 17.2): การที่ มทร.ธัญบุรี เข้าร่วมงานของ มทร.สุวรรณภูมิ แสดงถึงความร่วมมือที่แข็งแกร่งของ "เครือข่ายราชมงคล" ในการรวบรวมทรัพยากรและองค์ความรู้เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายระดับชาติร่วมกัน
- การเชื่อมโยงหลายภาคส่วน (Multi-stakeholder Partnerships): เวทีนี้เป็นตัวกลางในการสร้างเครือข่ายระหว่าง มหาวิทยาลัย – ภาคธุรกิจ – ภาคชุมชน เพื่อการถ่ายทอดเทคโนโลยี (Indicator 17.2.3)
SDG 8: งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ การนำงานวิจัยไปใช้จริงเป็นเชื้อเพลิงสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจ
- การขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม: การเปลี่ยนงานวิจัยเป็นธุรกิจจริงช่วยสร้างงานที่มีคุณค่าและส่งเสริมผู้ประกอบการ SME ให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนด้วยต้นทุนทางเทคโนโลยีที่ผลิตขึ้นในประเทศ
SDG 11: เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน การเข้าถึงภาคชุมชน (Community sector) คือการลดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยี
- นวัตกรรมเพื่อท้องถิ่น: การนำเทคโนโลยีไปใช้ในภาคชุมชนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในท้องถิ่น และสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจชุมชน สอดคล้องกับการพัฒนาเมืองและชุมชนที่ยืดหยุ่นและยั่งยืน
























